จากไปแล้วได้ดี!9 แข้งอาร์เซน่อลย้ายออกแล้วชีวิตเปลี่ยน
จากไปแล้วได้ดี!9 แข้งอาร์เซน่อลย้ายออกแล้วชีวิตเปลี่ยน เมื่อก่อนเคยมีคำกล่าวที่ว่าหากใครที่ย้ายออกจาก อาร์เซน่อล ต่อมาชีวิตการค้าแข้งของเขาคนนั้นจะถอยหลังลง แต่ถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นในทางตรงกันข้าม หากดูชื่อนักเตะเหล่านี้ที่ย้ายออกจากถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แล้วมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ 1. แซร์จ นาบรี้ นี่คือชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงในเรื่องที่ย้ายออกจาก อาร์เซน่อล แล้วได้ดิบได้ดี ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ถูก อาร์แซน เวนเกอร์ คว้าตัวเข้าร่วมทีมด้วยค่าตัว 100,000 ปอนด์เมื่อปี 2010 ในขณะที่ นาบรี้ ยังอายุแค่ 16 ปี นาบรี้ ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตไปเป็นอนาคตของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ ขนาด เมซุต โอซิล ดาวเตะ"อินทรีเหล็ก"ยังเคยเอ่ยปากว่า นาบรี้ คือผู้เล่นที่ดีที่สุดที่เขาเคยเล่นร่วมด้วยครั้งที่ อาร์เซน่อล เจอกับ บาเยิร์น มิวนิค ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก นาบรี้ โด่งดังถึงขั้นมีชื่อเข้าชิงรางวัล โกลเด้น […]
จากไปแล้วได้ดี!9 แข้งอาร์เซน่อลย้ายออกแล้วชีวิตเปลี่ยน
เมื่อก่อนเคยมีคำกล่าวที่ว่าหากใครที่ย้ายออกจาก อาร์เซน่อล ต่อมาชีวิตการค้าแข้งของเขาคนนั้นจะถอยหลังลง แต่ถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นในทางตรงกันข้าม หากดูชื่อนักเตะเหล่านี้ที่ย้ายออกจากถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แล้วมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ
1. แซร์จ นาบรี้
นี่คือชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงในเรื่องที่ย้ายออกจาก อาร์เซน่อล แล้วได้ดิบได้ดี
ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ถูก อาร์แซน เวนเกอร์ คว้าตัวเข้าร่วมทีมด้วยค่าตัว 100,000 ปอนด์เมื่อปี 2010 ในขณะที่ นาบรี้ ยังอายุแค่ 16 ปี

นาบรี้ ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตไปเป็นอนาคตของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ ขนาด เมซุต โอซิล ดาวเตะ"อินทรีเหล็ก"ยังเคยเอ่ยปากว่า นาบรี้ คือผู้เล่นที่ดีที่สุดที่เขาเคยเล่นร่วมด้วยครั้งที่ อาร์เซน่อล เจอกับ บาเยิร์น มิวนิค ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก
นาบรี้ โด่งดังถึงขั้นมีชื่อเข้าชิงรางวัล โกลเด้น บอย ปี 2013 อย่างไรก็ตามอาการบาดเจ็บทำให้ชีวิตการค้าแข้งของเขาต้องหยุดชะงัก
ตอนที่ นาบรี้ กลับมาฟิตอีกครั้ง เขากลับถูกส่งไปให้ เวสต์บรอมวิช ยืมตัวไปใช้งาน ทว่าได้ลงสนามไปแค่ 3 นัดเท่านั้น แถมถูก โทนี่ พูลิส ตราหน้าว่าไม่ดีพอที่จะเล่นใน พรีเมียร์ลีก

จากนั้น เวนเกอร์ ก็ขาย นาบรี้ ไปให้ แวร์เดอร์ เบรเมน ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ในปี 2017 และเขาก็เฉิดฉายในเวที บุนเดสลีกา แล้วย้ายเข้าสู่อ้อมอก บาเยิร์น มิวนิก จนกลายเป็นฝันร้ายของแนวรับทุกทีมในลีกสูงสุด เยอรมัน
2. ดอนเยลล์ มาเล่น
ดาวเตะดัตช์ มีข่าวเชื่อมโยงจะย้ายกลับมา อาร์เซน่อล รวมถึง ลิเวอร์พูล และ เอฟเวอร์ตัน ที่ก็ให้ความสนใจเช่นกัน

มาเล่น เป็นผลผลิตของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก่อนจะถูก "ไอ้ปืนใหญ่" คว้าตัวไปตอนปี 2015 อย่างไรก็ตาม มาเล่น ไม่สามารถก้าวขึ้นติดทีมชุดใหญ่ของทีมได้ แม้ทาง อาร์แซน เวนเกอร์ เองจะเคยหนีบไปเล่น ปรี-ซีซั่น ที่ ออสเตรเลีย และ จีน แต่สุดท้ายเขาก็ถูกปล่อยตัวไปให้กับ พีเอสวี ไอด์นโฮเฟ่น เมื่อปี 2017

ปี 2018 มาเล่น ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนพา พีเอสวี คว้าแชมป์ลีกดัตช์ โดยทำไป 11 ประตูจากทุกรายการ และนับตั้งแต่นั้นเขาก็พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ชุดใหญ่ จนกลายเป็นแข้งเนื้อหอมในตอนนี้
3. อิสมาเอล เบนนาเซอร์
ในปี 2015 เบนนาเซอร์ ออกจาก อาร์เลส มาอยู่กับ อาร์เซน่อล เขาประเดิมสนามในเกม ลีก คัพ ในเกมสุดช็อกที่ "เดอะ กันเนอร์ส" พ่ายต่อ เชฟฟิลด์ เวนด์สเดย์ 0-3

ด้วยความต้องการเล่นทีมชุดใหญ่ เบนนาเซอร์ ถูกปล่อยไปให้ ตูร์ส ทีมลีกเดอซ์ ยืมตัวในปี 2017 และทำผลงานประทับใจจนได้ย้ายไปอยู่ เอ็มโปลี แบบถาวร
ปี 2018 เบนนาเซอร์ ช่วยพา เอ็มโปลี เลื่อนชั้นขึ้นสู่ เซเรีย อา แม้ปีต่อมาทีมจะตกชั้น แต่แข้งรายนี้ได้รับการจับตามองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ดีที่สุดในยุโรป

ต่อมา เอซี มิลาน คว้าตัว เบนนาเซอร์ ไปร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 14.2 ล้านปอนด์ พร้อมกับทำให้ อาร์เซน่อล ได้รับส่วนแบ่งค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์
ในนามทีมชาติ เบนนาเซอร์ ทำผลงานได้ดีกับ แอลจีเรีย ในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ เมื่อปี 2019 อีกด้วย
4. วอยเซียช เซสนี่
หากคุณเป็น ยูเวนตุส แล้วกำลังมองหาตัวแทน จานลุยจิ บุฟฟ่อน แล้วล่ะก็ คุณคงไม่คิดที่จะดึง เซสนี่ ไปร่วมทีมหรอกนะ?!

หลังทนกับพฤติกรรมทั้งใน และนอกสนามของนายด่านโปลไม่ไหว แถมยังถูกจับได้ว่าแอบสูบบุหรี่ในห้องอาบน้ำ อาร์แซน เวนเกอร์ จึงตัดสินใจปล่อยตัว เชสนี่ ไปให้ โรม่า ยืมตัวเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะมีการย้ายแบบถาวรไปยัง ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ในปี 2017
ที่ โรม่า เชสนี่ เก็บได้ 14 คลีนชีตในฤดูกาลที่สองกับทีม"หมาป่าเหลือง-แดง" และมีส่วนสำคัญที่พา โรม่า เก็บแต้มมากที่สุดของสโมสรในลีกสูงสุด อิตาลี

จากนั้น เชสนี่ ก็ย้ายไป ยูเวนตุส เพื่อสืบทอดตำแหน่งมือหนึ่งต่อจาก จานลุยจิ บุฟฟ่อน และร่วมคว้าแชมป์มากมายกับ "เจ้าม้าลาย" ทั้ง สคูเด็ตโต้ และ โคปปา อิตาเลีย
5. เจฟฟ์ ไรเน่-อเดเลด
ไรเน่-อเดเลด เริ่มอาชีพค้าแข้งกับ ล็องส์ และเริ่มมีชื่อเสียงครั้งที่ อาร์เซน่อล คว้าตัวไปร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมกับ "เดอะ กันเนอร์ส" ชุดใหญ่มากนัก โดยมีชื่อปรากฏในเกม เอฟเอ คัพ นัดเจอกับ ซันเดอร์แลนด์ และ ซัตตัน ยูไนเต็ด

ไรเน่-อเดเลด ลงเล่นไปแค่ 6 นัดก่อนจะย้ายไปอยู่ อองเช่ส์ เมื่อปี 2018 จนต่อมาเขาโชว์ฟอร์มได้ดีจนได้รับการยกย่องอย่างมากจน ลียง คว้าตัวไปร่วมทีมเพื่อแทนตำแหน่งของ นาบิล เฟคีร์
6. คาร์ลอส เวล่า
ครั้งหนึ่ง อาร์แซน เวนเกอร์ เคยเรียก คาร์ลอส เวล่า ว่าเป็น เม็กซิกัน ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

เวล่า ย้ายมา อาร์เซน่อล เมื่อปี 2005 หลังช่วยพา "จังโก้" คว้าแชมป์โลก ยู-17 และเจ้าตัวได้รางวัลดาวซัลโวมาครอบครอง
ทุกอย่างเหมือนจะสวยงามกับการค้าแข้งใน อังกฤษ เวล่า ซัดแฮตทริก ในเกมลีก คัพ นัดเจอ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในปี 2008 แต่สุดท้ายการขึ้นเป็นกำลังหลักของเขายังถูกปิดโอกาส จนต้องถูกปล่อยให้ เวสบรอมวิช ยืมตัวไปใช้งาน แล้วจากนั้นก็ไปเฉิดฉายกับ เรอัล โซเซียดาด ใน ลาลีกา

เวล่า ย้ายไป โซเซียดาด ด้วยค่าตัว 2.5 ล้านปอนด์ในปี 2012 แล้วก็ย้ายไปเล่น เมเจอร์ลีก กับ ลอสแองเจอลิส เอฟซี ในเวลาต่อมา
7. โจวานนี่ ฟาน บรองค์ฮอร์สท์
หลังจากเล่นได้โดดเด่นกับ เรนเจอร์ส ดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ จึงถูก อาร์แซน เวนเกอร์ คว้าตัวเข้ามาร่วมทีมในปี 2001 ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์

ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ ถูกดึงเข้ามาเป็นตัวแทนของ เอ็มมานูเอล เปอตี ที่ย้ายไปอยู่ บาร์เซโลน่า เพื่อจับคู่กับ ปาทริค วิเอร่า ในแผงแดนกลาง
อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าทำให้เขาต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาหลายเดือน แต่พอหายเจ็บกลับมากลับกลายเป็นว่า เวนเกอร์ ไม่สามารถหาตำแหน่งที่ดีที่สุดให้ ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ ลงเล่นได้ โดยสลับเล่นทั้งตำแหน่งแบ็กซ้าย และมิดฟิลด์

ปี 2003 ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ ถูกปล่อยไปยัง บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 2 ล้านยูโรโดยที่นี่เขาได้ลงเล่น 155 นัด และคว้าแชมป์ร่วมกับ "เจ้าบุญทุ่ม" ทั้ง ลาลีกา 2 สมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เอาชนะ อาร์เซน่อล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในขุนพล "อัศวินสีส้ม" ชุดรองแชมป์โลกปี 2010
8. ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า
ดาวเตะอเนกประสงค์ที่ได้สวมหมายเลข 8 ในทีม อาร์เซน่อล การมาของ ดิยาร์ร่า นับเป็นเรื่องดีของทีมที่ได้แข้งสารพัดประโยชน์เข้ามาสร้างผลกระทบเชิงบวก

อย่างไรก็ตาม อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่ค่อยได้ใช้งานแข้งน้ำหอมรายนี้มากนัก โดยเลือก มาติเยอ ฟลามินี่ แข้งเพื่อนร่วมชาติเป็นพาร์ทเนอร์คู่กับ เชส ฟาเบรกส จนทำให้ ดิยาร์ร่า ต้อยถอยลงไปเล่นในตำแหน่งแบ็กขวา
หลังใช้ชีวิตกับ อาร์เซน่อล แค่ 5 เดือน เขาก็ถูกขายให้ ปอร์ทสมัธ ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ในปี 2008 และสามารถคว้าแชมป์กับ "ปอมปีย์" ได้ แล้วจากนั้นก็ย้ายไป เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 18.8 ล้านปอนด์ในปี 2009

ที่ ลาลีกา เขาคว้าแชมป์ลีกร่วมกับ "ราชันชุดขาว" และในบั้นปลายอาชีพก็สามารถคว้าสามแชมป์ในลีกฝรั่งเศสกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง เป็นการปิดท้าย
9. โอกูซาน ออซยาคุป
มิดฟิลด์เลือดเติร์ก เคยตกเป็นข่าวย้ายกลับมายัง อาร์เซน่อล ตอนที่เขากำลังจะหมดสัญญากับ เบซิคตัส ในปี 2018

ถึงกระนั้น ออซยาคุป ก็ตัดสินใจค้าแข้งกับ เบซิคตัส ต่อ และติดทีมชาติตุรกีไปแล้ว 42 นัด
ออซยาคุป เติบโตมาจาก อะคาเดมี่ อาร์เซน่อล และเป็นส่วนหนึ่งในชุดคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ในปี 2009 อย่างไรก็ตาม เขาได้ลงสนามแค่ 2 นัดให้กับ "เดอะ กันเนอร์ส" ชุดใหญ่ ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้ เบซิคตัส ด้วยค่าตัว 400,000 ปอนด์

ริดวาน ดิลเมน อดีตนักเตะทีมชาติตุรกี ได้บรรยายสรรพคุณของ ออซยาคุป ว่าเป็นผู้เล่นที่มีความเฉลียวฉลาด และถูกเปรียบเทียบกับ ซีเนดีน ซีดาน ในแง่ของความสามารถในการเลี้ยงบอล
