อับราฮัมกดชัย! เชลซีอุ่นเฉือนอาร์เซน่อลสุดมันส์-ไวท์ลงประเดิมปืนใหญ่
อับราฮัมกดชัย! เชลซีอุ่นเฉือนอาร์เซน่อลสุดมันส์-ไวท์ลงประเดิมปืนใหญ่ เชลซี บุกไปเอาชนะ อาร์เซน่อล ได้ถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 2-1 จากประตูชัยของ แทมมี่ อับราฮัม โดยที่ทั้งสองทีมต่างส่งผู้เล่นแกนหลักลงครบครัน ขณะที่ “ปืนใหญ่” ส่ง เบน ไวท์ ปราการหลังคนใหม่ลงประเดิมสนามด้วยเช่นกัน ในศึกฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีซั่นเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรปรีซีซั่น ประจำวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่สนาม เอมิเรต สเตเดี้ยม ระหว่าง อาร์เซน่อล พบ เชลซี อาร์เซน่อล ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องมาแล้วสองนัดยังไม่ชนะใครจากผลงานแพ้ ฮิเบอร์เนียน 1-2 และ เสมอ เรนเจอร์ส 2-2 เกมนี้ส่งแกหนัลกลงสนามครบครันแนวรุกมี อเลซ็องดร์ ลากาแซตต์, นิโกล่าส์ เปเป้ และ ปิแอร์ เอเมอริค […]
อับราฮัมกดชัย! เชลซีอุ่นเฉือนอาร์เซน่อลสุดมันส์-ไวท์ลงประเดิมปืนใหญ่
เชลซี บุกไปเอาชนะ อาร์เซน่อล ได้ถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 2-1 จากประตูชัยของ แทมมี่ อับราฮัม โดยที่ทั้งสองทีมต่างส่งผู้เล่นแกนหลักลงครบครัน ขณะที่ “ปืนใหญ่” ส่ง เบน ไวท์ ปราการหลังคนใหม่ลงประเดิมสนามด้วยเช่นกัน ในศึกฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีซั่นเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา
การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรปรีซีซั่น ประจำวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่สนาม เอมิเรต สเตเดี้ยม ระหว่าง อาร์เซน่อล พบ เชลซี
อาร์เซน่อล ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องมาแล้วสองนัดยังไม่ชนะใครจากผลงานแพ้ ฮิเบอร์เนียน 1-2 และ เสมอ เรนเจอร์ส 2-2 เกมนี้ส่งแกหนัลกลงสนามครบครันแนวรุกมี อเลซ็องดร์ ลากาแซตต์, นิโกล่าส์ เปเป้ และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง ล่าตาข่าย ส่วนสามแข้งใหม่ทั้ง นูโน่ ตาวาเรส, อัลแบร์ แซมบี้ โลคองก้า และ เบน ไวท์ มีชื่อเป็นตัวสำรอง
ขณะที่ เชลซี ของ โธมัส ทูเคิ่ล เพิ่งลงเล่นเกมอุ่นเครื่องมาหนึ่งนัดด้วยการเอาชนะ บอร์นมัธ 2-1 เกมนี้ จัดทัพเต็มสูบเช่นกันแนวรุกส่งทั้ง ฮาคิม ซีเย็ค, คริสเตียน พูลิซิช, ไค ฮาแวร์ตซ์ และ ติโม แวร์เนอร์
ครึ่งแรกเกมดำเนินถึงนาทีที่ 26 เชลซี ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะสวนกลัว ติโม แวร์เนอร์ หลุดมาทางซ้ายแล้วแทงทะลุช่องให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดมากดด้วยขวาในเขตโทษส่งบอลเข้าประตูไป
หลังจากนั้นนาทีที่ 29 เชลซี เกือบได้ลูกสองเมื่อ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษก่อนจะจิ้มด้วยขวาที่เสาแรกแต่บอลไปเข้าหน้าต่าง
ถัดมา นาทีที่ 31 อาร์เซน่อล เกือบตามตีเสมอเมื่อ เอมิล สมิธ โรว์ กดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลพุ่งไปชนเสากระดอนออกมา
ถัดมา นาทีที่ 42 เชลซี หวิดได้ลูกสองอีกครั้ง ฮาคิม ซิเย็ค ตั้งป้อมกดด้วยซ้ายในเขตโทษบอลพุ่งไปชนเสากระดอนออกมา
ช่วงที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบครึ่งแรก เชลซี นำ อาร์เซน่อล 1-0
ครึ่งหลัง อาร์เซน่อล ส่ง เบน ไวท์ ปราการหลังรายใหม่จาก ไบรท์ตัน ลงเล่นแทน ร็อบ โฮลดิ้ง
นาทีที่ 51 อาร์เซน่อล หวิดได้ประตูตามตีเสมอเมื่อ เอมิล สมิธ โรว์ ไหลบอลให้ นิโกล่าส์ เปเป้ หลุดไปซัดด้วยขวาในเขตโทษบอลแฉลบแนวรับ เชลซี เฉี่ยวเสาไกลออกหลังไปนิดเดียว
เกมเปิดหน้าแลกกันสนุก "ปืนใหญ่" ได้ลุ้นต่อเนื่อง ในนาทีที่ 55 อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ ปั่นฟรีคิกอ้อมกำแพงแต่ไม่ผ่านมือ เอดูอาร์ เมนดี้ พุ่งปัดออกหลัง
จนกระทั่งนาทีที่ 69 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอสำเร็จเป็น 1-1 กรานิต ชาก้า ขึ้นโหม่งจจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายเข้าประตูไป
อย่างไรก็ตาม นาที 72 เชลซี ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 เอคตอร์ เบเยริน จ่ายบอลพลาดไปเข้าทาง แทมมี่ อับราฮัม ได้ซัดโล่งๆ ในเขตโทษยิงสวนตัว แบรนด์ เลโน่ เข้าประตูไป
นาที 82 อาร์เซน่อล พลาดได้ประตูตามตีเสมออีกครั้งเมื่อ โจ วิลล็อค ได้ซัดด้วยขวาบอลไปชนคาน ก่อนที่บอลจะข้ามเส้นไปแล้วทั้งใบแล้วกระดอนออกมา ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นประตู
เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไมไ่ด้ จบเกม เชลซี ชนะ อาร์เซน่อล 2-1
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
อาร์เซน่อล : แบรนด์ เลโน่ – คัลลั่ม แชมเบอร์ส (อัลแบร์ แซมบี้ โลคองก้า น.73), ร็อบ โฮลดิ้ง (เบน ไวท์ น.46), ปาโบล มารี (เอ็คตอร์ เบเยริน น.74), คีแรน เทียร์นีย์ (เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ น.71) – โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ (โจ วิลล็อค น.72), โธมัส ปาร์เตย์ (กรานิต ชาก้า น.40) – เอมิล สมิธ โรว์ (เซอัด โลาซินัค น.76), นิโกล่าส์ เปเป้, อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ (นูโน่ ตาวาเรส น.73) – ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง
เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ (เกปา อาริซาบาลาก้า น.64) – เทรโวห์ ชาโลบาห์, เคิร์ท ซูม่า (ดูยอน สเตอร์ลิง น.46), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (มาล็อง ซาร์ น.46), คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย (บาบา ราห์มัน น.64) – รูเบน ลอฟตัส ชีค (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.63), มัตเตโอ โควาซิช (แดนนี่ ดริ้งวอเตอร์ น.46), คริสเตียน พูลิซิช (รอสส์ บาร์คลีย์ น.65), ฮาคิม ซิเย็ค (มิตชี่ บาตชัวยี่ น.64), ไค ฮาแวร์ทซ์, ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อับราฮัม น.46)
