ความได้เปรียบของทีมเหย้าหายไป! เจาะผลกระทบจากการเตะแบบไร้แฟนบอลใน บุนเดสลีกา

ความได้เปรียบของทีมเหย้าหายไป! เจาะผลกระทบจากการเตะแบบไร้แฟนบอลใน บุนเดสลีกา ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาการแข่งขันฟุตบอลแทบทุกประเทศทั่วโลกจำเป็นต้องพักการแข่งขัน จากการที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก และในเวลาต่อมาก็มีหลายลีกที่ตัดสินใจตัดจบฤดูกาล 2019-20 ไปเลย อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส, เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ และ จูปิแลร์ โปร ลีก เบลเยี่ยม เป็นต้น     ในทางกลับกัน บางลีกยังไม่ย่อท้อที่จะกลับมาเตะกันให้จบ และ เยอรมนี ก็แทบจะเป็นหัวหอกของฝั่งดังกล่าว เพราะพวกเขาถือเป็นชาติใหญ่ชาติแรกในทวีปยุโรปที่ให้เกมฟุตบอลกลับมาเตะกันต่อ ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาได้รับคำชมอย่างมากตามไปด้วย โดยหนึ่งในแนวทางที่เมืองเบียร์เอามาใช้คือการเตะกันแบบไม่ให้มีคนดูในสนาม เพื่อยับยั้งความเสี่ยงของการแพร่ระบาด     แน่นอนว่าบรรยากาศมันไม่เหมือนเดิม และทำให้ทีมต่างๆ ขาดรายได้จากตั๋วเข้าชมการแข่งขัน แต่พวกเขามองว่าอย่างน้อยมันก็คุ้มค่าที่จะให้ฤดูกาลนี้เตะกันจนจบ เพื่อที่อย่างน้อยจะสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าซีซั่นนี้แข่งกันครบถ้วน ไม่ใช่ตัดสินอะไรแบบครึ่งๆ กลางๆ     อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องบรรยากาศและรายได้ที่หายไปแล้วนั้น การกลับมาเตะกันแบบไม่มีแฟนบอลในสนามก็ส่งผลกระทบกับเรื่องฟอร์มการเล่นและรูปเกมต่างๆ เช่นกัน ซึ่งมันก็ตรงกับที่คนชอบพูดกันว่า "แฟนบอลเป็นผู้เล่นคนที่ 12" ซึ่งตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่ตอกย้ำถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี     – ทีมเหย้าชนะน้อย     ก่อนหน้าที่ บุนเดสลีกา จะต้องพักการแข่งขันไปนั้น […]


ความได้เปรียบของทีมเหย้าหายไป! เจาะผลกระทบจากการเตะแบบไร้แฟนบอลใน บุนเดสลีกา

ความได้เปรียบของทีมเหย้าหายไป! เจาะผลกระทบจากการเตะแบบไร้แฟนบอลใน บุนเดสลีกา

ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาการแข่งขันฟุตบอลแทบทุกประเทศทั่วโลกจำเป็นต้องพักการแข่งขัน จากการที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก และในเวลาต่อมาก็มีหลายลีกที่ตัดสินใจตัดจบฤดูกาล 2019-20 ไปเลย อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส, เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ และ จูปิแลร์ โปร ลีก เบลเยี่ยม เป็นต้น

    ในทางกลับกัน บางลีกยังไม่ย่อท้อที่จะกลับมาเตะกันให้จบ และ เยอรมนี ก็แทบจะเป็นหัวหอกของฝั่งดังกล่าว เพราะพวกเขาถือเป็นชาติใหญ่ชาติแรกในทวีปยุโรปที่ให้เกมฟุตบอลกลับมาเตะกันต่อ ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาได้รับคำชมอย่างมากตามไปด้วย โดยหนึ่งในแนวทางที่เมืองเบียร์เอามาใช้คือการเตะกันแบบไม่ให้มีคนดูในสนาม เพื่อยับยั้งความเสี่ยงของการแพร่ระบาด

    แน่นอนว่าบรรยากาศมันไม่เหมือนเดิม และทำให้ทีมต่างๆ ขาดรายได้จากตั๋วเข้าชมการแข่งขัน แต่พวกเขามองว่าอย่างน้อยมันก็คุ้มค่าที่จะให้ฤดูกาลนี้เตะกันจนจบ เพื่อที่อย่างน้อยจะสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าซีซั่นนี้แข่งกันครบถ้วน ไม่ใช่ตัดสินอะไรแบบครึ่งๆ กลางๆ

    อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องบรรยากาศและรายได้ที่หายไปแล้วนั้น การกลับมาเตะกันแบบไม่มีแฟนบอลในสนามก็ส่งผลกระทบกับเรื่องฟอร์มการเล่นและรูปเกมต่างๆ เช่นกัน ซึ่งมันก็ตรงกับที่คนชอบพูดกันว่า "แฟนบอลเป็นผู้เล่นคนที่ 12" ซึ่งตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่ตอกย้ำถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี

    – ทีมเหย้าชนะน้อย
    ก่อนหน้าที่ บุนเดสลีกา จะต้องพักการแข่งขันไปนั้น พวกเขาทำการแข่งขันกันไปรวมแล้ว 224 เกม ซึ่งทีมเหย้าก็เก็บชัยชนะได้มากถึง 43.3 เปอร์เซ็นต์ หลังจากได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามจากเสียงเชียร์ของแฟนบอลในสนาม ส่วนทีมเยือนสามารถกลับไปพร้อมกับ 3 คะแนนได้เพียง 34.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

 

ความได้เปรียบของทีมเหย้าหายไป! เจาะผลกระทบจากการเตะแบบไร้แฟนบอลใน บุนเดสลีกา

 

    อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ที่กลับมาเตะกันเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ทีมเหย้าสามารถเก็บชัยชนะได้เพียง 5 นัด จากทั้งหมด 27 เกม หรือก็คือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้เพียงราว 18.5 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ขณะที่ทีมเยือนชนะไปถึง 12 เกม หรือก็คือคิดเป็น 44.4 เปอร์เซ็นต์ เกือบจะครึ่งหนึ่งของเกมการแข่งขันทั้งหมดเลย

 

ความได้เปรียบของทีมเหย้าหายไป! เจาะผลกระทบจากการเตะแบบไร้แฟนบอลใน บุนเดสลีกา

 

    ทั้งนี้ 5 เกมที่ทีมเหย้าสามารถเอาชนะได้นั้น ประกอบไปด้วยเกมที่ ดอร์ทมุนด์ ชนะ ชาลเก้ 4-0, แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ชนะ อูนิโอน เบอร์ลิน 4-0, บาเยิร์น ชนะ แฟร้งค์เฟิร์ต 5-2, ฮอฟเฟ่นไฮม์ ชนะ โคโลญจน์ 3-1 และ ดุสเซลดอร์ฟ ชนะ ชาลเก้ 3-1

    – ทีมเหย้าปืนฝืด
    หากเจาะลึกลงไปอีกก็จะพบเห็นถึงสาเหตุที่ทำให้บรรดาทีมเหย้ามีเปอร์เซ็นต์ชนะต่ำสุดๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น เพราะตั้งแต่ที่ บุนเดสลีกา กลับมาเตะกันนั้น ทีมเหย้าสามารถทำประตูได้ 35 ลูก ฟังดูแล้วเหมือนจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ถ้านับเป้นจำนวนนัดแล้วล่ะก็ มันก็จะพบว่าทีมเหย้าสามารถทำประตูได้เพียง 17 นัดเท่านั้น

 

ความได้เปรียบของทีมเหย้าหายไป! เจาะผลกระทบจากการเตะแบบไร้แฟนบอลใน บุนเดสลีกา

 

    ยิ่งไปกว่านั้น ในจำนวน 35 ลูก มันยังมีเกมอย่างที่ ดอร์ทมุนด์ รัวใส่ ชาลเก้ 4 ลูก และ บาเยิร์น ซัลโวใส่ แฟร้งค์เฟิร์ต 5 ประตูด้วย โดยในจำนวน 17 เกมที่ทีมเหย้าทำประตูได้ มีเพียง 9 นัดที่เจ้าถิ่นยิงได้เกิน 1 ประตู

 

ความได้เปรียบของทีมเหย้าหายไป! เจาะผลกระทบจากการเตะแบบไร้แฟนบอลใน บุนเดสลีกา

 

    ในทางกลับกัน ช่วง 27 นัดที่ผ่านมาของ บุนเดสลีกา มีเพียง 5 นัดที่ทีมเยือนไม่สามารถทำประตูได้ นั่นคือเกมที่ พาเดอร์บอร์น บุกไปเสมอ ดุสเซลดอร์ฟ, นัดที่ ชาลเก้ แพ้ ดอร์ทมุนด์, นัดที่ อูนิโอน เบอร์ลิน พ่าย แฮร์ธ่า เกมที่ กลัดบัค ออกไปเสมอกับ เบรเมรน และนัดที่ พาเดอร์บอร์น ออกไปเจ๊า เอาก์สบวร์ก โดยถ้านับจำนวนประตูรวมของทีมเยือนในเกม บุนเดสลีกา ตลอดช่วง 27 นัดที่ผ่านมา ก็จะอยู่ที่ 49 ลูกเลยทีเดียว ซึ่งส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องเจอเสียงกดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่นนั่นเอง

    – แทบไร้ปาฏิหาริย์ท้ายเกม
    ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่กดดันว่ากำลังจะแพ้ หรือได้แค่ผลเสมอในนัดสำคัญแล้วนั้น เสียงเชียร์จากแฟนบอลจะเป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนให้นักเตะเจ้าถิ่นเค้นแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเดินหน้าทำประตูให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายนัดที่แสดงให้เห็นถึงเรื่องนั้นไปแล้ว

 

ความได้เปรียบของทีมเหย้าหายไป! เจาะผลกระทบจากการเตะแบบไร้แฟนบอลใน บุนเดสลีกา

 

    ถึงกระนั้น เมื่อขาดเสียงเชียร์จากแฟนบอลในช่วง 27 นัดที่ผ่านมา มันก็มีเพียง 4 นัดเท่านั้น ที่เจ้าถิ่นสามารถทำประตูในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมได้ แถมยังมีแค่ 2 นัดที่การทำประตูในช่วง 10 นาทีสุดท้ายมันถือว่ามีความหมายต่อคะแนน นั่นคือเกมที่ โคโลญจน์ ทำประตูในนาทีที่ 88 กับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จนไล่เจ๊า ดุสเซลดอร์ฟ 2-2 และนัดที่ แฟร้งค์เฟิร์ต ไล่ตีเสมอ ไฟร์บวร์ก 3-3 จากประตูในนาทีที่ 82 ส่วนที่เหลืออีก 2 เกมเป็นเพียงประตูปลอบใจที่ แฟร้งค์เฟิร์ต พ่าย กลัดบัค 1-3 จากประตูในนาทีที่ 81 หลังจากโดนนำห่างไปก่อนแล้ว 3 ลูก และเกมที่ เลเวอร์คูเซ่น มาได้ประตูในนาทีที่ 85 ภายหลังโดน โวล์ฟสบวร์ก รัวไปแล้ว 4 ประตู

    – เด็กเกร็ดบอล –

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *