สเปอร์ส เดือดแค่ไหน ? ย้อนตำนานควักของ แคร์โรลล์

สเปอร์ส เดือดแค่ไหน ? ย้อนตำนานควักของ แคร์โรลล์ กระแสความตื่นเต้นของการที่ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 กลับมาเตะกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมามันหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะมันถูกแทนที่ด้วยเหตุการณ์สุดน่าอับอายจากการที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ประตูในเกมที่พวกเขาไปเยือน แอสตัน วิลล่า เมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทั้งที่บอลมันข้ามเส้นเข้าไปแล้ว    จังหวะดังกล่าวเกิดจากการที่ ออร์ยาน นีแลนด์ ผู้รักษาประตู แอสตัน วิลล่า พยายามกระโดดรับบอลจากการเปิดลูกฟรีคิกของ โอลิเวอร์ นอร์วู้ด แต่เกิดชนกับเพื่อนจนเสียหลักแล้วตัวหลุดเข้าไปในประตูพร้อมกับบอลที่ถืออยู่ แต่เทคโนโลยีดันพลาดกว่าเพราะมันไม่มีการแจ้งเตือนว่าบอลข้ามเส้นเข้าไปแล้ว เนื่องจากตอนนั้นกล้องทุกตัวมันบังเอิญโดนบังพอดิบพอดี    ทันทีที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันก็มีการพูดถึงความผิดพลาดของทีมกรรมการในหลายๆ เกมก่อนหน้านี้ที่ไม่ตัดสินให้เป็นประตูทั้งที่บอลมันข้ามเส้นเข้าไปแล้ว แต่หนึ่งในชอตที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือจังหวะการควักบอลของ รอย แคร์โรลล์ อดีตผู้รักษาประตูชาวไอร์แลนด์เหนือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำในเกม พรีเมียร์ลีก กับ ท็อตแน่ม    ฮ็อทสเปอร์ เมื่อวันที่ 4 มกราคม ปี 2005 […]


สเปอร์ส เดือดแค่ไหน ? ย้อนตำนานควักของ แคร์โรลล์

สเปอร์ส เดือดแค่ไหน ? ย้อนตำนานควักของ แคร์โรลล์

กระแสความตื่นเต้นของการที่ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 กลับมาเตะกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมามันหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะมันถูกแทนที่ด้วยเหตุการณ์สุดน่าอับอายจากการที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ประตูในเกมที่พวกเขาไปเยือน แอสตัน วิลล่า เมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทั้งที่บอลมันข้ามเส้นเข้าไปแล้ว

   จังหวะดังกล่าวเกิดจากการที่ ออร์ยาน นีแลนด์ ผู้รักษาประตู แอสตัน วิลล่า พยายามกระโดดรับบอลจากการเปิดลูกฟรีคิกของ โอลิเวอร์ นอร์วู้ด แต่เกิดชนกับเพื่อนจนเสียหลักแล้วตัวหลุดเข้าไปในประตูพร้อมกับบอลที่ถืออยู่ แต่เทคโนโลยีดันพลาดกว่าเพราะมันไม่มีการแจ้งเตือนว่าบอลข้ามเส้นเข้าไปแล้ว เนื่องจากตอนนั้นกล้องทุกตัวมันบังเอิญโดนบังพอดิบพอดี

สเปอร์ส เดือดแค่ไหน ? ย้อนตำนานควักของ แคร์โรลล์

   ทันทีที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันก็มีการพูดถึงความผิดพลาดของทีมกรรมการในหลายๆ เกมก่อนหน้านี้ที่ไม่ตัดสินให้เป็นประตูทั้งที่บอลมันข้ามเส้นเข้าไปแล้ว แต่หนึ่งในชอตที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือจังหวะการควักบอลของ รอย แคร์โรลล์ อดีตผู้รักษาประตูชาวไอร์แลนด์เหนือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำในเกม พรีเมียร์ลีก กับ ท็อตแน่ม    ฮ็อทสเปอร์ เมื่อวันที่ 4 มกราคม ปี 2005

   ย้อนความหลังกันสักหน่อยว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในช่วงที่เข้าสู่นาทีที่ 89 โดยที่ตอนนั้นสกอร์ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกันอยู่ 0-0 ซึ่ง เปโดร เมนเดส ดาวเตะ สเปอร์ส มองเห็นว่า แคร์โรลล์ ออกมาจากปากประตูไกลพอตัวจนตัดสินใจเสี่ยงดวงยิงจากเกือบกลางสนามให้ลูกมันลอยโด่งไปทางประตู

   ที่จริง แคร์โรลล์ ก็ถอยไปหน้าปากประตูทันและเหมือนจะรับบอลได้แบบสบายๆ แต่เขาดันรับพลาดจนทำให้บอลกระฉอกข้ามเส้นประตูไป ซึ่งเจ้าตัวก็รีบไปควักบอลให้ออกมาจากเส้นประตูท่ามกลางความงุนงงของหลายฝ่าย ไม่เว้นแม้กระทั่งแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด เอง

   ในอีกหลายปีหลังจากนั้นมันก็มีการเปิดใจจากคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยรายของ แคร์โรลล์ บอกว่าตอนนั้นแค่พยายามทำเป็นแกล้งเนียนให้เกมมันดำเนินต่อไปเท่านั้น และขนาด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็แทบไม่พูดอะไรเกี่ยวกับจังหวะนั้นเลย "ผมหันไปดูผู้กำกับเส้นเพื่อดูว่าเขาให้บอลมันข้ามเส้นเข้าไปแล้วรึเปล่า แต่มันก็เป็นเพียงหนึ่งในจังหวะที่คุณต้องเล่นต่อไป เหมือนที่นักเตะคนอื่นๆ ทำกัน พูดกันตามตรงเลยนะ ตอนจบเกมไปแล้วน่ะ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ได้พูดเกี่ยวกับมันมากนัก"

   ขณะที่ เมนเดส ก็ยอมรับว่าอึ้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ และเสียดายที่อดมีชื่อทำประตูสุดสวย "ตลอดอาชีพการเล่นน่ะ ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่บอลข้ามเส้นแต่ไม่ได้ประตูมาก่อนเลย มันคงจะเป็นประตูที่วิเศษมากๆ และจะเป็นสิ่งที่น่าจดจำไปอีกนาน เพราะมันจะหมายความว่าผมทำประตูชัยสุดสวยแบบนั้นได้กับการเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เชียวนะ"

   อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะไม่เคยได้รู้ว่า ร็อบ ลูอิส ผู้กำกับเส้นที่ "ไม่เห็น" ประตูนั้น และคนใหญ่คนโตในวงการกรรมการคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นกันแน่ ?

   "ตอนนั้นนักเตะ สเปอร์ส ยิงระยะไกลแบบที่คาดไม่ถึง และตอนนั้นผมก็ทำงานหลักของตัวเองอยู่ นั่นคือการยืนในไลน์เดียวกับแนวรับตัวสุดท้ายเพื่อดูว่ามันจะมีจังหวะล้ำหน้าเกิดขึ้นรึเปล่า คุณต้องมีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มในการตัดสินว่าจะให้ประตูรึเปล่า" ลูอิส เปิดใจ

   ใช่ วันนั้น ลูอิส ซึ่งเป็นไลน์แมนในฝั่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ยืนอยู่ในจุดที่จะเห็นว่าบอลมันข้ามเส้นเข้าไปแล้วรึเปล่า โดยหลายคนก็คิดว่าเขาทำพลาดที่ไม่ยอมวิ่งไปดูให้ดี แต่ ลูอิส บอกว่าให้ตายยังไงเขาก็วิ่งกลับไปไม่ทันแน่นอน

   "ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากจะวิ่งให้เร็วกว่า ลินฟอร์ด คริสตี้ (อดีตนักวิ่งของสหราชอาณาจักรที่เป็นเจ้าของเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรของ โอลิมปิก เกมส์ 1992) ที่จริงผมค่อนข้างภูมิใจกับการที่ตัวเองเป็นคนที่วิ่งระยะสั้นได้เร็วมากๆ แต่บอลมันหล่นลงมาในตอนที่ผมอยู่ห่างจากกรอบประตูตั้ง 25 หลา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะตัดสินได้ว่าบอลมันข้ามเส้นเข้าไปแล้วรึยัง"

สเปอร์ส เดือดแค่ไหน ? ย้อนตำนานควักของ แคร์โรลล์

   แน่นอนว่าในระหว่างที่เกิดจังหวะนั้นมันมีนักเตะ สเปอร์ส บางคนที่เข้าไปประท้วงเพื่อต้องการให้ทีมของพวกเขาได้ประตูที่อาจจะช่วยทำให้ทีมได้ 3 แต้มกลับบ้าน ถึงกระนั้น ลูอิส ก็เผยเรื่องที่เขารู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก นั่นคือไม่มีนักเตะคนไหนของ สเปอร์ส ที่เข้าไปด่าเขาแบบรุนแรงหลังจบเกมเลย "ผมผิดหวัง เพราะผมอยากให้การตัดสินมันออกมาถูกต้องอยู่เสมอ แต่นักเตะ ท็อตแน่ม ก็ปฏิบัติกับผมแบบยอดเยี่ยมสุดๆ พวกเขาเข้ามาจับมือผมแล้วบอกว่าจากจุดที่ผมยืนอยู่น่ะผมไม่มีทางตัดสินให้มันถูกต้องได้อยู่แล้ว"

   มันไม่ได้มีเพียงนักเตะ สเปอร์ส ที่อยู่ข้างเขา เพราะเพื่อนร่วมอาชีพของ ลูอิส ก็เห็นใจเขาเช่นกัน "หลังจากนั้นผมก็ได้รับข้อความจากกรรมการคนอื่นถึง 14 ข้อความที่ต่างก็บอกว่าผมไม่มีทางทำอะไรได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว"

   คีธ แฮ็คเก็ตต์ อดีตหัวหน้าผู้ตัดสินที่เข้าไปชมเกมในวันนั้นเองก็บอกว่าเห็นใจ ลูอิส อย่างมากเช่นกัน "คืนนั้นผมอยู่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วย และผมก็เจ็บใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเจ็บใจมากๆ ที่จริงผมหงุดหงิดที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย จากมุมที่ผมนั่งอยู่น่ะผมได้เห็นมุมมองที่ทีมงานกรรมการในสนามไม่เห็น ที่ผมได้เห็นจังหวะนี้อย่างชัดเจนก็เพราะผมอยู่ในมุมสูง แต่ทีมงานกรรมการในสนามไม่มีโอกาสได้เห็นมัน"

   แฮ็คเก็ตต์ เสริมว่าถึงกระนั้น มาร์ติน โยล ผู้จัดการทีม สเปอร์ส ในตอนนั้นก็ใจกว้างสุดๆ "ผมจำได้ดีเลยว่าตอนนั้น มาร์ติน โยล ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ใจกว้างมากแค่ไหน ทั้งที่มันเป็นเกมที่สำคัญสำหรับเขาแท้ๆ แต่เขาก็ไม่บ่นทีมงานกรรมการเลย"

สเปอร์ส เดือดแค่ไหน ? ย้อนตำนานควักของ แคร์โรลล์

   ที่จริงแล้วจังหวะนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ แฮ็คเก็ตต์ พยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ด้วย นั่นคือเขาผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำการตัดสินว่าบอลมันข้ามเส้นเข้าไปแล้วรึเปล่า "คืนนั้นเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ผมเสนอใช้เทคโนโลยีโกล์ไลน์ ผมรู้สึกว่าเกมฟุตบอลต้องมีมัน และผมก็ยังเชื่อแบบนั้นอยู่ ทีมกรรมการในวันนั้นเจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้น และยอมรับคำตำหนิโดยดี"

   หลังจากที่ผลักดันมานาน ในที่สุดตอนนี้มันก็มีการเอาเทคโนโลยีมาช่วยทำการตัดสินใน พรีเมียร์ลีก แล้ว และหลายคนก็เชื่อว่ามันจะไม่เกิดเรื่องน่าอัปยศในวงการกรรมการแบบในวันนั้นอีก

   น่าเศร้าที่มันไม่เป็นอย่างนั้น…

   – เด็กเกร็ดบอล –

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *