ปอนด์ต่อปอนด์! เปรียบเทียบผลงานคู่ชิง ยูโร 2020
ปอนด์ต่อปอนด์! เปรียบเทียบผลงานคู่ชิง ยูโร 2020 ในที่สุดศึก ยูโร 2020 ก็มาถึงบทสรุปกันแล้วด้วยการที่ อังกฤษ กับ อิตาลี จะมาชิงชัยกันที่สังเวียน เวมบลีย์ ภายในกรุงลอนดอน วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหลายคนก็มองว่าทั้งคู่มีโอกาสเป็นแชมป์พอๆ กัน เพราะต่างก็ถือเป็นทีมใหญ่ของทวีปยุโรป และมีนักเตะฝีเท้าดีที่เล่นอยู่ในลีกดังๆ หลายราย ทั้งนี้ ก่อนที่จะถึงเวลาตัดสินว่าใครที่จะได้เป็นแชมป์ศึก ยูโร ครั้งทื่ 16 นั้น เราจะมาลองเปรียบเทียบผลงานในรายการนี้ตลอดช่วง 6 นัดที่ผ่านมาของทั้งสองทีมดูสักหน่อยว่าใครที่เหนือกว่ากันในด้านไหนบ้าง – เกมรับ ในด้านจำนวนประตูที่เสียแล้วนั้นแน่นอนว่า อังกฤษ ดูดีกว่า เพราะจนถึงตอนนี้พวกเขาเพิ่งเสียไปเพียงประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งมันก็เกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศที่วพกเขาชนะ เดนมาร์ก 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ในทางกลับกัน อิตาลี ที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมรับมาทุกยุคทุกสมัยเสียประตูไปแล้ว 3 ลูก โดยเกิดขึ้นในรอบน็อกเอาต์ทั้งหมด ทั้งนี้ อังกฤษ […]
ปอนด์ต่อปอนด์! เปรียบเทียบผลงานคู่ชิง ยูโร 2020
ในที่สุดศึก ยูโร 2020 ก็มาถึงบทสรุปกันแล้วด้วยการที่ อังกฤษ กับ อิตาลี จะมาชิงชัยกันที่สังเวียน เวมบลีย์ ภายในกรุงลอนดอน วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหลายคนก็มองว่าทั้งคู่มีโอกาสเป็นแชมป์พอๆ กัน เพราะต่างก็ถือเป็นทีมใหญ่ของทวีปยุโรป และมีนักเตะฝีเท้าดีที่เล่นอยู่ในลีกดังๆ หลายราย
ทั้งนี้ ก่อนที่จะถึงเวลาตัดสินว่าใครที่จะได้เป็นแชมป์ศึก ยูโร ครั้งทื่ 16 นั้น เราจะมาลองเปรียบเทียบผลงานในรายการนี้ตลอดช่วง 6 นัดที่ผ่านมาของทั้งสองทีมดูสักหน่อยว่าใครที่เหนือกว่ากันในด้านไหนบ้าง
– เกมรับ
ในด้านจำนวนประตูที่เสียแล้วนั้นแน่นอนว่า อังกฤษ ดูดีกว่า เพราะจนถึงตอนนี้พวกเขาเพิ่งเสียไปเพียงประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งมันก็เกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศที่วพกเขาชนะ เดนมาร์ก 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ในทางกลับกัน อิตาลี ที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมรับมาทุกยุคทุกสมัยเสียประตูไปแล้ว 3 ลูก โดยเกิดขึ้นในรอบน็อกเอาต์ทั้งหมด

ทั้งนี้ อังกฤษ ยังยืนรักษาแนวรับกันได้ดีมากๆ ด้วยจนทำให้ตอนนี้คู่แข่งมีโอกาสยิงใส่พวกเขาเพียงเฉลี่ยแล้ว 8 ครั้งต่อ 1 นัดเท่านั้น ขณะที่ของ อิตาลี อยู่ที่นัดละ 9 หน แถมทีมของกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็เพิ่งเสียฟาวล์ไปแค่ 9.7 ครั้งต่อเกม ตรงข้ามกับ อิตาลี ที่มีตัวเลขในด้านนั้นถึงนัดละ 12 หน

อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ อ่านเกมโดยรวมได้ดีกว่าจนทำให้สามารถตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบได้ถึง 13.5 ครั้งต่อเกม ขณะที่ อังกฤษ ทำไป 9.2 ครั้งต่อนัด นอกจากนี้ อิตาลี ยังจับล้ำหน้าคู่แข่งได้มากถึง 3.8 ครั้งต่อเกมด้วย ส่วนของ อังกฤษ ทำได้ 2.2 หนต่อนัด
– การผ่านบอล
โดยรวมแล้วทั้งคู่สามารถผ่านบอลได้ดีพอๆ กัน โดยที่ อังกฤษ มีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 86.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วน อิตาลี เป็นรองเพียง 0.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากเจาะลึกลงไปแล้วนั้นก็จะพบว่า อิตาลี มีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญสูงถึง 14.2 หนต่อเกมเลยทีเดียว ในทางกลับกัน อังกฤษ ทำได้เพียง 6.7 ครั้งต่อนัดเท่านั้น

นอกจากนี้ อิตาลี ยังสามารถผ่านบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายในจังหวะโอเพ่นเพลย์ได้มากถึง 223 ครั้งด้วย มากกว่าของ อังกฤษ ถึง 30 หน ขณะที่แชมป์ ยูโร 1 สมัยก็ยังเปิดบอลจากด้านข้างเข้าไปในกรอบเขตโทษไปถึงเป้าหมายได้ 13 หนด้วยกัน มากกว่าของ อังกฤษ 5 ครั้ง
– ลูกกลางอากาศ
ตรงจุดนี้ อิตาลี แพ้ อังกฤษ แบบไร้ข้อโต้แย้ง ตลอดทั้งศึก ยูโร 2020 ทีมของ มันชินี่ มีจังหวะขึ้นดวลลูกกลางอากาศเฉลี่ย 20 ครั้งต่อเกม แต่กลับชนะได้เพียง 8.8 ครั้งต่อนัด ในทางกลับกัน อังกฤษ สามารถเอาชนะลูกกลางอากาศได้มากถึง 15.8 ครั้งต่อเกม จากจังหวะขึ้นโขกเฉลี่ย 28 หนต่อนัด

– การทำประตู
ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดช่วงที่ผ่านมาหลายคนมีภาพลักษณ์ติดตาว่าทีมชาติอิตาลีมักจะเน้นเล่นเกมรับมากกว่าเกมรุก แต่เชื่อหรือไม่ว่ารายการนี้ อิตาลี มีค่าเฉลี่ยการมีจังหวะทำประตูถึง 18 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 2 ของทัวร์นาเมนต์ โดยเป็นรองเพียง สเปน ทีมที่พวกเขาเขี่ยตกรอบรองชนะเลิศไปแค่ทีมเดียวเท่านั้น

ในทางตรงกันข้าม อังกฤษ มีค่าเฉลี่ยจังหวะลุ้นทำประตูเพียง 9.5 ครั้งต่อเกม หรือก็คือน้อยกว่ากันเกือบเท่าตัว ยิ่งไปกว่านั้น อิตาลี ยังมีผลต่างระหว่างจังหวะที่ควรจะเป็นประตู กับจำนวนประตูที่ทำได้จริงๆ +2.2 ด้วย หรือก็คือพวกเขาทำประตูได้มากกว่าที่ควรจะเป็น 2.2 ลูก ส่วนตัวเลขด้านนี้ของ อังกฤษ อยู่ที่ +1.5

อย่างไรก็ตาม หากนับเป็นเปอร์เซ็นต์การยิงตรงกรอบแล้วนั้น อังกฤษ ทำได้ดีกว่าเพราะมีตัวเลขในด้านนี้สูงถึง 43.1 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ อิตาลี ทำได้ 29.9 เปอร์เซ็นต์

– เด็กเกร็ดบอล –
