เรื่องราวของ คิริโคโช่ : คำสาปจาก คิเอลลินี่ ที่ส่งให้ อิตาลี ได้แชมป์ ยูโร
เรื่องราวของ คิริโคโช่ : คำสาปจาก คิเอลลินี่ ที่ส่งให้ อิตาลี ได้แชมป์ ยูโร คนเราบางครั้งเวลาที่ต้องการอะไรบางอย่างก็ต้องพึ่งพาเรื่องที่มากกว่าวิทยาศาสตร์ อย่างเช่นการเข้าวัดสวดมนต์ขอพรบางอย่าง หรือการเชื่อว่าทะเบียนรถของรถที่ซื้อมาใหม่จะช่วยทำให้ถูกล็อตเตอรี่ ถ้าไม่ใช่รางวัลที่ 1 ก็ขอรางวัลเกี่ยวกับเลขท้ายก็ยังดี จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กองหลังทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์ ยูโร 2020 ก็เหมือนจะทำอย่างนั้นเช่นกัน เพราะล่าสุดเขาบอกเองว่าพูดคำว่า "คิริโคโช่" ซึ่งเป็นคำสาปจากทางอเมริกาใต้ก่อนหน้าที่ บูกาโย่ ซาก้า จะยิงลูกจุดโทษในช่วงดวลเป้าเหมือนที่หลายคนตั้งทฤษฎีกันจริงๆ ก่อนที่สุดท้าย ซาก้า จะยิงไม่เข้า จนส่งผลให้ทีมของกุนซือ โรแบร์โต้ มันชินี่ ได้แชมป์ทวีปยุโรปไปครอง ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ "คิริโคโช่" มันมาจากไหนกันแน่ ? ทั้งนี้ "คิริโคโช่" เป็นศัพท์เฉพาะอย่างหนึ่ง มันไม่ได้มีความหมายแบบภาษาพูดอย่างเป็นทางการ โดยมันเป็นคำที่ใช้สื่อถึง "คำสาป" หรือ "ลางร้าย" และต้นกำเนิดของมันก็ไม่ได้มาจากที่อื่นไกลอะไรเลย แต่เกิดขึ้นจากเรื่องที่เกี่ยวกับวงการลูกหนังนี่เอง เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อช่วงทศวรรษ […]
เรื่องราวของ คิริโคโช่ : คำสาปจาก คิเอลลินี่ ที่ส่งให้ อิตาลี ได้แชมป์ ยูโร
คนเราบางครั้งเวลาที่ต้องการอะไรบางอย่างก็ต้องพึ่งพาเรื่องที่มากกว่าวิทยาศาสตร์ อย่างเช่นการเข้าวัดสวดมนต์ขอพรบางอย่าง หรือการเชื่อว่าทะเบียนรถของรถที่ซื้อมาใหม่จะช่วยทำให้ถูกล็อตเตอรี่ ถ้าไม่ใช่รางวัลที่ 1 ก็ขอรางวัลเกี่ยวกับเลขท้ายก็ยังดี
จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กองหลังทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์ ยูโร 2020 ก็เหมือนจะทำอย่างนั้นเช่นกัน เพราะล่าสุดเขาบอกเองว่าพูดคำว่า "คิริโคโช่" ซึ่งเป็นคำสาปจากทางอเมริกาใต้ก่อนหน้าที่ บูกาโย่ ซาก้า จะยิงลูกจุดโทษในช่วงดวลเป้าเหมือนที่หลายคนตั้งทฤษฎีกันจริงๆ ก่อนที่สุดท้าย ซาก้า จะยิงไม่เข้า จนส่งผลให้ทีมของกุนซือ โรแบร์โต้ มันชินี่ ได้แชมป์ทวีปยุโรปไปครอง
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ "คิริโคโช่" มันมาจากไหนกันแน่ ?

ทั้งนี้ "คิริโคโช่" เป็นศัพท์เฉพาะอย่างหนึ่ง มันไม่ได้มีความหมายแบบภาษาพูดอย่างเป็นทางการ โดยมันเป็นคำที่ใช้สื่อถึง "คำสาป" หรือ "ลางร้าย" และต้นกำเนิดของมันก็ไม่ได้มาจากที่อื่นไกลอะไรเลย แต่เกิดขึ้นจากเรื่องที่เกี่ยวกับวงการลูกหนังนี่เอง
เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อช่วงทศวรรษ 1960, 1970 และ 1980 มีแฟนบอลคนหนึ่งของ เอสตูเดียนเตส ที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปชมทีมซ้อมในสนามอยู่บ่อยๆ จากการที่เขาคลั่งไคล้ทีมมากๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทุกครั้งที่เขาได้เข้าไปชมเหล่าฮีโร่ของเขาลงซ้อมนั้น มันจะต้องมีแข้งระดับสตาร์ดังของทีมได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1 คนอยู่เสมอ
ใช่แล้ว แฟนบอลคนที่ว่านั้นมีชื่อว่า คิริโคโช่ นั่นเอง

เรื่องดังกล่าวไปเข้าหูของ คาร์ลอส บิลาร์โด้ เทรนเนอร์ เอสตูเดียนเตส ในช่วงปี 1982-83 ซึ่งอดีตกุนซือวัย 83 ปีเป็นคนที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์มากๆ เขาเลยผุดไอเดียเด็ดขึ้นมา นั่นก็คือให้ คิริโคโช่ เข้ามาชมเกมการแข่งขันของทีมในสนาม พร้อมกับไปทักทายทีมคู่แข่ง เพื่อให้คู่แข่งเหล่านั้นได้รับ "คำสาป"
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ บิลาร์โด้ สามารถนำ เอสตูเดียนเตส คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอาร์เจนตินาในฤดูกาล 1982 มาครองได้ ซึ่งทุกเกมที่ คิริโคโช่ ได้เข้ามาในสนามและไปทักทายกับคู่แข่งนั้น เอสตูเดียนเตส สามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด และครั้งเดียวที่ คิริโคโช่ ไม่ได้มาชมเกม เอสตูเดียนเตส ก็ดัน "บังเอิญ" แพ้พอดีอีก
ด้วยเหตุนี้ เรื่องราวของ คิริโคโช่ เลยเป็นตำนานที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากใน อาร์เจนตินา ก่อนที่มันจะถูกนำไปบอกเล่ากันต่อในชาติที่ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสาร ซึ่งนั่นรวมถึงในประเทศสเปนด้วย ขนาดตอนที่ บิลาร์โด้ ไปรับงานคุม เซบีย่า เขายังแปลกใจเลยตอนที่รู้ว่าแฟนบอลจากทีมของเขาเองรู้เรื่องนี้จนตะโกนชื่อ คิริโคโช่ ในทุกครั้งที่คู่ต่อสู้ได้ยิงลูกจุดโทษ

ที่จริงแล้ว คิเอลลินี่ ไม่ถือเป็นนักเตะชื่อดังคนแรกที่เอาเรื่อง "คิริโคโช่" มาใช้สาปส่งคู่แข่ง ย้อนกลับไปเมื่อตอนศึก ฟุตบอลโลก 2010 รอบชิงชนะเลิศ โจน กั๊ปเดบีย่า แข้งทีมชาติสเปนในตอนนั้นก็บอกว่าเขาตะโกนคำว่า "คิริโคโช่" ดังสนั่นเช่นกันในตอนที่ อาร์เยน ร็อบเบน ได้จังหวะดวลตัวต่อตัว
สุดท้ายแล้ว ร็อบเบน ก็แพ้การดวลในจังหวะนั้น และมันก็นำไปสู่การที่ สเปน ได้แชมป์ ฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จากประตูชัยในนาทีที่ 116 ของ อันเดรส อิเนียสต้า
ไม่เพียงแค่นั้น เพราะในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ระหว่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กับ เซบีย่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น โบโน่ ผู้รักษาประตู เซบีย่า ก็เคยใช้คำดังกล่าวเช่นกันหลังจากที่ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ยิงลูกจุดโทษไม่เข้าในตอนแรก

อนิจจา หลังจากนั้น ฮาแลนด์ ก็ได้ยิงลูกจุดโทษอีกหน และคราวนี้เขายิงเข้าไป ซึ่งเจ้าตัวก็เข้าไปตะโกนคำว่า "คิริโคโช่" ใส่อีกฝ่าย ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วมันมีความหมายว่าอะไร โดยหลังจบเกมนั้นเขาให้สัมภาษณ์ว่า "ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันหมายความว่าอะไร แต่ผมก็แค่พูดในสิ่งที่เขาพูดกับผมหลังจากที่ผมยิงไม่เข้าในหนแรก"
กระทั่งล่าสุด "คิริโคโช่" ก็ถูกนำมาใช้อีกครั้ง และของมันก็แรงจริงๆ
– เด็กเกร็ดบอล –
