ดีแน่!เวนเกอร์ยืนกรานฟุตบอลโลกควรจัดรอบละ2ปี
ดีแน่!เวนเกอร์ยืนกรานฟุตบอลโลกควรจัดรอบละ2ปี อาร์แซน เวนเกอร์ ยืนยัน รายการทีมชาติต่างๆ อย่างเช่น ฟุตบอลโลก ควรจะแข่งกันในทุกๆ 2 ปี โดยที่รอบคัดเลือกจะมีการแข่งกันในช่วงเดียวให้จบไปเลย แต่ เรย์มงด์ โดเมเน็ค สวนว่านี่เป็นไอเดียที่งี่เง่า อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล และประธานฝ่ายพัฒนาวงการฟุตบอลทั่วโลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ยืนยันว่าควรจะมีการเปลี่ยนให้ทัวร์นาเมนท์ทีมชาติแข่งกันในทุกๆ 2 ปี ซึ่งนั่นรวมถึงศึก ฟุตบอลโลก ด้วย เวนเกอร์ เสนอไอเดียการเปลี่ยนให้ทัวร์นาเมนท์ทีมชาติเปลี่ยนจากการแข่งครั้งละ 4 ปีมาเป็น 2 ปีต่อ 1 หนมานานแล้ว โดยให้เหตุผลว่าแฟนบอลไม่ต้องการดูเกมรอบคัดเลือกบ่อยๆ เหมือนที่ผ่านๆ มา และอยากดูทัวร์นาเมนท์ที่เตะกันแบบเอาจริงเอาจังบ่อยขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยกับแนวคิดของเขาและคนที่คัดค้านกับเรื่องนั้น ทั้งนี้ ล่าสุด เวนเกอร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ เลกิ๊ป สื่อชื่อดังของประเทศฝรั่งเศส และเขาก็ยืนกรานเกี่ยวกับแนวคิดของตัวเอง โดยรูปแบบนั้นจะเป็นการหาช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งมาเล่นรอบคัดเลือกของแต่ละทัวร์นาเมนท์แบบทีเดียวให้จบไปเลย และพอจบฤดูกาลแล้วนั้นก็ค่อยถึงเวลาเล่นรอบสุดท้ายของรายการใหญ่ๆ เวนเกอร์ เผยว่า […]
ดีแน่!เวนเกอร์ยืนกรานฟุตบอลโลกควรจัดรอบละ2ปี
อาร์แซน เวนเกอร์ ยืนยัน รายการทีมชาติต่างๆ อย่างเช่น ฟุตบอลโลก ควรจะแข่งกันในทุกๆ 2 ปี โดยที่รอบคัดเลือกจะมีการแข่งกันในช่วงเดียวให้จบไปเลย แต่ เรย์มงด์ โดเมเน็ค สวนว่านี่เป็นไอเดียที่งี่เง่า
อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล และประธานฝ่ายพัฒนาวงการฟุตบอลทั่วโลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ยืนยันว่าควรจะมีการเปลี่ยนให้ทัวร์นาเมนท์ทีมชาติแข่งกันในทุกๆ 2 ปี ซึ่งนั่นรวมถึงศึก ฟุตบอลโลก ด้วย
เวนเกอร์ เสนอไอเดียการเปลี่ยนให้ทัวร์นาเมนท์ทีมชาติเปลี่ยนจากการแข่งครั้งละ 4 ปีมาเป็น 2 ปีต่อ 1 หนมานานแล้ว โดยให้เหตุผลว่าแฟนบอลไม่ต้องการดูเกมรอบคัดเลือกบ่อยๆ เหมือนที่ผ่านๆ มา และอยากดูทัวร์นาเมนท์ที่เตะกันแบบเอาจริงเอาจังบ่อยขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยกับแนวคิดของเขาและคนที่คัดค้านกับเรื่องนั้น
ทั้งนี้ ล่าสุด เวนเกอร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ เลกิ๊ป สื่อชื่อดังของประเทศฝรั่งเศส และเขาก็ยืนกรานเกี่ยวกับแนวคิดของตัวเอง โดยรูปแบบนั้นจะเป็นการหาช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งมาเล่นรอบคัดเลือกของแต่ละทัวร์นาเมนท์แบบทีเดียวให้จบไปเลย และพอจบฤดูกาลแล้วนั้นก็ค่อยถึงเวลาเล่นรอบสุดท้ายของรายการใหญ่ๆ
เวนเกอร์ เผยว่า "หลักๆ แล้วเราจะมีการให้มาเล่นรอบคัดเลือกแบบทีเดียวในทุกๆ ปี จากนั้นพอจบฤดูกาลเราก็จะลงเล่นทัวร์นาเมนท์ระดับเมเจอร์กัน นั่นคือศึก ฟุตบอลโลก หรือไม่ก็รายการชิงแชมป์ระดับทวีป ซึ่งในช่วงคั่นกลางระหว่างการเล่นรอบคัดเลือกของ 2 รายการน่ะนักเตะก็จะได้อยู่กับต้นสังกัดของเขาไปตลอดทั้งปีเลย"
"การทำอย่างนั้นจะช่วยทำให้โปรแกรมระหว่างสโมสรกับทีมชาติมันผสมปนเปกันน้อยลง นั่นหมายความว่าตัวนักเตะจะเดินทางข้ามทวีปกันน้อยลงตามไปด้วย สำหรับบรรดานักเตะแล้วนั้นรูปแบบที่เราคิดกันมันไม่ได้จะทำให้พวกเขาต้องลงเล่นมากกว่าเดิมเลย และมันจะมีช่วงเวลาให้พักหลังจบรอบสุดท้ายเยอะพอตัวด้วย อย่างน้อยก็จะอยู่ที่ 25 วัน"
"สิ่งที่ผู้คนต้องการในทุกวันนี้คือรายการที่มีเดิมพันสูงและมีรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย รุปแบบที่เราคิดกันในครั้งนี้มันไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย มันเป็นโปรเจ็กต์ที่จะมีผลกับทุกระดับ ไม่ว่าจะทั้งวงการฟุตบอลชาย, ฟุตบอลหญิง หรือรายการระดับเยาวชน"
อย่างไรก็ตาม เรย์มงด์ โดเมเน็ค อดีตกุนซือทีมชาติฝรั่งเศสกล่าวตำหนิว่านี่เป็นแนวคิดที่งี่เง่าสุดๆ "ไอเดียนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลย มันงี่เง่ามากๆ การที่ มิสเตอร์ เวนเกอร์ เป็นคนเสนอไอเดียนี้มันไม่สมเหตุสมผลสักนิด เพราะสมัยที่เขายังเป็นผู้จัดการทีมอยู่น่ะเขานี่แหละคือคนที่ต่อต้านเกมทีมชาติอย่างสุดตัว ผมมีปัญหากับเขาหลายครั้งในตอนที่เขาไม่อยากให้ผมเรียกนักเตะบางคนมาติดทีมชาติ"
"เขาขะบอกว่าเราจะเลิกเล่นฟุตบอลระดับสโมสรไปเลยในช่วงเดือนตุลาคม หรือไม่ก็เดือนมีนาคมน่ะเหรอ ? ฟีฟ่า ป่าวประกาศซะดิบดีว่าฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับทุกคน ทั้งที่จริงๆ แล้ววงการนี้มันเป็นของชนชั้นสูงเท่านั้น นักเตะที่โดนเรียกติดทีมชาติน่ะจะไม่มีวันได้พักจริงๆ หรอก มันเป็นไอเดียที่เกิดจากเรื่องทางการเมืองเหมือนกับทุกที สุดท้าย ฟีฟ่า ก็มีอำนาจในการตัดสินใจขั้นสูงสุด แถม เวนเกอร์ ยังเอาแต่อ้างเฉพาะความคิดของคนที่เป็นอดีตนักเตะเท่านั้นด้วย สำหรับคนที่ไม่ได้ลงเล่นแล้วน่ะนี่เป็นรูปแบบที่ยอดเยี่ยม แต่สำหรับคนที่เล่นฟุตบอลอยู่นั้นมันเข้าขั้นเรียกว่าเป็นความวิปริตก็ว่าได้"

