หมาป่าขย้ำคาบ้าน! เกร็ดผลงานอันย่ำแย่ในนัดเปิดปี 2022 ของ แมนยู
หมาป่าขย้ำคาบ้าน! เกร็ดผลงานอันย่ำแย่ในนัดเปิดปี 2022 ของ แมนยู ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จะทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่ง แต่มันก็มีไม่กี่คนที่คิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะแพ้ให้กับพวกเขาคารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า วูล์ฟส์ ไม่เคยบุกมาเก็บ 3 แต้มที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้เลย นับตั้งแต่ที่ลีกสูงสุดเปลี่ยนมาใช้ชื่อ พรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ ถ้านับรวมสมัยที่ลีกสูงสุดใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1 แล้วล่ะก็ นี่ก็นับเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปีที่ วูล์ฟส์ สามารถกำชัยในเกมลีกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้ด้วย โดยก่อนหน้านี้พวกเขามาเยือนที่นี่ 10 ครั้ง และมีผลงานอยู่ที่เสมอ 3 เกมกับแพ้ 7 หน แน่นอนว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ […]
หมาป่าขย้ำคาบ้าน! เกร็ดผลงานอันย่ำแย่ในนัดเปิดปี 2022 ของ แมนยู
ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จะทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่ง แต่มันก็มีไม่กี่คนที่คิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะแพ้ให้กับพวกเขาคารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า วูล์ฟส์ ไม่เคยบุกมาเก็บ 3 แต้มที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้เลย นับตั้งแต่ที่ลีกสูงสุดเปลี่ยนมาใช้ชื่อ พรีเมียร์ลีก
นอกจากนี้ ถ้านับรวมสมัยที่ลีกสูงสุดใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1 แล้วล่ะก็ นี่ก็นับเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปีที่ วูล์ฟส์ สามารถกำชัยในเกมลีกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้ด้วย โดยก่อนหน้านี้พวกเขามาเยือนที่นี่ 10 ครั้ง และมีผลงานอยู่ที่เสมอ 3 เกมกับแพ้ 7 หน
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ วูล์ฟส์ เก็บชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ที่ว่านี้ได้นั้นมันต้องให้เครดิตกับพวกเขาที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องโทษ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกันที่เล่นได้อย่างย่ำแย่จนทำให้พวกเขาต้องแพ้เป็นครั้งแรกในยุคของ ราล์ฟ รังนิก และวันนี้เราก็มีเกร็ดเกี่ยวกับผลงานอันย่ำแย่ของพวกเขาในเกมนี้มานำเสนอกัน
– ครึ่งแรกอันน่าหดหู่
"ในช่วงครึ่งแรกเรามีปัญหาอย่างหนักในการกันพวกเขาออกจากกรอบเขตโทษของเรา และออกจากปากประตูของเรา" นั่นเป็นหนึ่งในคำพูดหลังจบเกมของ รังนิก ที่สื่อให้เห็นว่าเขาผิดหวังกับฟอร์มของลูกทีมในครึ่งแรกมากๆ และเมื่อดูจากตัวเลขที่ออกมาแล้วมันก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะรู้สึกแบบนั้น

ในช่วงครึ่งแรกของเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วูล์ฟส์ ได้จังหวะยิง 15 ครั้ง ซึ่งหากนับตั้งแต่ฤดูกาล 2003-04 เป็นต้นมานั้น นี่ก็ถือเป็นเกม พรีเมียร์ลีก ที่ทีมซึ่งมาเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มีจังหวะได้ยิงมากที่สุดในช่วง 45 นาทีแรก ในทางกลับกัน ทีมของ รังนิก มีจังหวะลุ้นประตูแค่ 4 หนเท่านั้นในช่วงเวลาเดียวกัน
ขณะที่พอแข่งกันจนครบ 90 นาทีนั้น สถิติก็ระบุว่า วูล์ฟส์ ได้จังหวะยิงมากถึง 19 หน ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีชอตยิงแค่ 9 ครั้งเท่านั้น
– ไร้ความคม
นี่นับเป็นเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ 4 ประจำฤดูกาลนี้ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถทำประตูในเกมลีกได้ โดย 3 ครั้งก่อนหน้านี้ถือว่าเกิดขึ้นในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่ว่าจะเป็นการแพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1, พ่าย ลิเวอร์พูล 0-5 และการปราชัย แมนฯ ซิตี้ 0-2

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงในลีกไม่ได้เป็นนัดที่ 4 ของฤดูกาลนี้นั้น เป็นเพราะในเกมกับ วูล์ฟส์ มีช่วงที่พวกเขาไม่สามารถยิงตรงกรอบได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวเป็นเวลาถึง 40 นาทีด้วยกันนั่นเอง ขณะที่ถ้านับตลอดทั้ง 90 นาทีแล้วนั้น พวกเขาก็มีชอตยิงตรงกรอบแค่ 2 ครั้ง ต่างกับ วูล์ฟส์ ที่ทำได้ 6 หน
ยิ่งไปกว่านั้น เกมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็ถือเป็นเกมที่ วูล์ฟส์ มีจังหวะการยิงต่อ 1 นัด กับชอตยิงตรงกรอบต่อ 1 เกมมากที่สุดกับการเล่นเกมเยือนในศึก พรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่นนี้ด้วย
– จุดที่น่าเป็นห่วงของ รังนิก
ช่วงที่ผ่านมา 4-2-2-2 คือแผนที่ รังนิก นำมาใช้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งจนถึงตอนนี้มันก็มีบางเกมที่ได้ผล และบางเกมที่ไม่เวิร์ค แต่จุดที่น่ากังวลมากที่สุดในตอนนี้ของ รังนิก อาจจะหนีไม่พ้นการที่ลูกทีมของเขาเก็บบอลเอาไว้กับตัวได้ไม่เท่าไหร่นัก

145 หน คือจำนวนครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียการครองบอลในเกมกับ วูล์ฟส์ ทำให้มันถือเป็นเกมลีกที่พวกเขาเสียการครองบอลมากเป็นอันดับ 5 ประจำฤดูกาลนี้หากนับเฉพาะการเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดย 4 อันดับแรกประกอบด้วยเกมกับ เบิร์นลี่ย์ เมื่อวันที่ 30 ธ.ค., คริสตัล พาเลซ วันที่ 5 ธ.ค. , ลีดส์ วันที่ 14 ส.ค. และ เอฟเวอร์ตัน วันที่ 2 ต.ค. ส่วนจำนวนหนของการเสียการครองบอลในเกมเหล่านั้นอยู่ที่ 154 ครั้ง, 150 ครั้ง, 147 ครั้ง และ 146 ครั้ง ตามลำดับ
ใช่แล้ว ถ้าจะพูดอีกแบบก็คือเกมลีกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทั้ง 3 นัดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ รังนิก นั้น มันติดอยู่ในท็อป 5 ของชาร์ตดังกล่าวทั้งหมดนั่นเอง
– เด็กเกร็ดบอล –
